JIB Store

เทคโนโลยี#SSD#NVMe#Storage#Benchmark

SSD NVMe Gen 5 เร็วกว่า Gen 4 จริงไหม? ทดสอบจริงจากทีม JIB

ตัวเลขสเปคบอกว่าเร็วเกือบสองเท่า แต่งานจริงต่างแค่ไหน บทความนี้พาไปดูผลการทดสอบรอบด้าน พร้อมคำแนะนำว่าควรอัปหรือยัง

ทีมเทคโนโลยี JIBผู้เขียน
16 เมษายน 2569อ่าน 8 นาที7,421
SSD NVMe Gen 5 เร็วกว่า Gen 4 จริงไหม? ทดสอบจริงจากทีม JIB

SSD NVMe Gen 5 เริ่มมีวางขายตั้งแต่ปลายปี 2024 และตอนนี้ราคาก็ลงมาในระดับที่เริ่มน่าจับตามองมากขึ้น ตัวเลขในสเปคเขียนไว้ว่าทำความเร็ว Sequential ได้ถึง 14,000 MB/s ในขณะที่ Gen 4 ตัวท็อปทำได้แค่ราว 7,400 MB/s ฟังดูแรงเกือบสองเท่า แต่บนหน้างานจริงล่ะ มันต่างจริงไหม?

Gen 4 กับ Gen 5 ต่างกันตรงไหน

ทั้งสองมาตรฐานใช้พอร์ต M.2 รูปร่างเหมือนกัน แต่ความต่างหลักคือเลน PCIe ที่ใช้และตัวคอนโทรลเลอร์ภายใน Gen 5 ใช้ PCIe 5.0 x4 ทำให้ bandwidth เพิ่มเป็นสองเท่า แต่ก็ดึงไฟและสร้างความร้อนสูงกว่าเดิมพอสมควร แทบทุกรุ่นต้องการ heatsink ขนาดใหญ่หรือฮีตซิงก์ที่มาพร้อมเมนบอร์ด

คุณสมบัติGen 4Gen 5
อินเทอร์เฟซPCIe 4.0 x4PCIe 5.0 x4
Sequential Readไม่เกิน 7,400 MB/sสูงสุด 14,000 MB/s
Sequential Writeไม่เกิน 7,000 MB/sสูงสุด 12,400 MB/s
Random Read (4K)ราว 1,000K IOPSราว 1,500K IOPS
ความร้อนใช้งาน50–60°C70–80°C ถ้าไม่มี heatsink
ราคา 1TB (เม.ย. 2026)เริ่ม 2,500 บาทเริ่ม 4,900 บาท
เทียบสเปคหลัก SSD NVMe Gen 4 กับ Gen 5 (รุ่นเรือธง)

วิธีทดสอบของทีม JIB

เราทดสอบบนเครื่องเดียวกัน เปลี่ยนเฉพาะ SSD เพื่อให้ผลเทียบกันได้ตรง ๆ สเปคหลัก: AMD Ryzen 7 7800X3D, RAM DDR5 32GB, เมนบอร์ด X670E ที่รองรับ PCIe 5.0 ทั้งสองสล็อต ทดสอบ 4 สถานการณ์: เบนช์มาร์ก, เปิดเกม, เซฟ/โหลดงาน Photoshop, และคัดลอกไฟล์ใหญ่

  1. CrystalDiskMark 8.0.5 — วัด Sequential และ Random
  2. 3DMark Storage Benchmark — จำลองงานเกมจริง
  3. PCMark 10 Full System Drive — งาน productivity
  4. งานจริง: เปิด Cyberpunk 2077, เซฟโปรเจกต์ Photoshop 4GB, copy ISO 30GB

ผลทดสอบ — ตัวเลขสเปคบอกอะไร

ในงาน Sequential แบบที่อ่านเขียนต่อเนื่องไฟล์ใหญ่ Gen 5 ทำคะแนนเฉือนชัดเจน รุ่นที่เราทดสอบ (Crucial T705 2TB) ทำได้ 13,840 MB/s ในการอ่าน เทียบกับ Gen 4 รุ่นเรือธงที่ทำได้ 7,200 MB/s ส่วนการเขียนก็เร็วกว่ากันราว 80% นั่นคือพอเอาไปทำงานคัดลอกไฟล์ใหญ่ ๆ จะเห็นความต่างชัด

แต่พอลงมาใน Random 4K Read/Write ซึ่งเป็นรูปแบบที่ระบบปฏิบัติการและแอปทั่วไปใช้จริง ความต่างเหลือแค่ราว 25–30% เท่านั้น ตัวเลข IOPS ที่บอกในสเปคนั้นเป็น peak ในเงื่อนไขจำเพาะ ในการใช้งานจริงเราเห็นความต่างน้อยกว่านั้น

Gen 5 ไม่ใช่แค่ "เร็วกว่า Gen 4" แบบขาดลอย — มันเร็วกว่าใน scenario ที่ถูกออกแบบมาให้รีดประสิทธิภาพ ส่วนงานทั่วไปยังต่างกันแค่กระพริบตา
พี่ตั้ม ทีมเทคโนโลยี JIB

งานจริง — เกม โปรแกรม Office และตัดต่อ

ในงานเปิดเกมและงานทั่วไป ความต่างน้อยกว่าที่หลายคนคาดมาก เราจับเวลาในเหตุการณ์ที่ผู้ใช้จริงน่าจะเจอบ่อย ๆ

งานGen 4Gen 5ต่างกัน
เปิด Windows 11 จากกดปุ่ม11.4 วินาที10.8 วินาที0.6 วิ (5%)
Cyberpunk 2077 ถึงเมนู8.2 วินาที7.6 วินาที0.6 วิ (7%)
เซฟโปรเจกต์ Photoshop 4GB6.1 วินาที4.2 วินาที1.9 วิ (31%)
คัดลอก ISO 30GB ภายในไดรฟ์เดียว4.8 วินาที2.5 วินาที2.3 วิ (48%)
Render วิดีโอ 4K 5 นาที (DaVinci)2:142:086 วิ (4%)
เวลาเฉลี่ยในการทำงานจริง — ทดสอบสามครั้งแล้วเฉลี่ย

จะเห็นว่างานเล็ก ๆ ที่อ่านไฟล์ขนาดต่ำกว่า 1GB ความต่างน้อยมากจนแทบไม่รู้สึก แต่พองานเริ่มขยับขึ้นไปที่ระดับหลายสิบ GB อย่างคัดลอก ISO หรือเซฟไฟล์ดีไซน์ใหญ่ Gen 5 จะให้ประสบการณ์ที่ "ลื่นกว่า" ชัดเจน

แล้วใครควรซื้อ Gen 5?

หลังจากทดสอบหลายสัปดาห์ ทีมเรามีคำแนะนำที่ค่อนข้างชัดเจน — ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ Gen 5 คุ้มค่าที่จะลงทุน

  • ครีเอเตอร์ที่ทำงานวิดีโอ 4K/8K หรือไฟล์ดีไซน์ขนาดใหญ่เป็นประจำ
  • นักพัฒนาที่ต้อง compile โปรเจกต์ใหญ่ ไฟล์เป็นแสน
  • มืออาชีพที่ต้องคัดลอกไฟล์ระดับสิบ GB บ่อย ๆ เช่น ช่างภาพถ่าย RAW
  • คนที่ใช้ AI workload ต้องโหลด model หลายสิบ GB เข้า GPU

ในทางกลับกัน ถ้าคุณเล่นเกม ใช้งานทั่วไป ดูหนัง ทำงานเอกสาร Gen 4 ตัวเรือธงยังเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากกว่ามาก เพราะส่วนต่างราคาเอาไปอัปเกรดส่วนอื่นของเครื่องดีกว่า

บทความที่เกี่ยวข้อง